ตู้ตุ๊กตา…และอดีตที่อยู่ในนั้น…

…สองสามวันที่ผ่านมาไปเดินเซนทรัลพระราม 3 ชั้นบนของห้างจะมีตู้ตุ๊กตาเห็นอยู่ริบๆ ผมรีบเดินรี่เข้าไปดู มีชายหญิงคู่หนึ่งยืนจ้องตู้อย่างใจจ่อ เราก็จ้องมั่ง ในตู้มีตุ๊กตามิกกี้เม้าส์แบบเบบี้อยู่สองสามตัว ที่เหลืออยู่ เป็นตุ๊กตาหมีไม่ค่อยน่ารัก สองคนนั้นคุยอะไรกันไม่รู้ ผมไม่ได้ใส่ใจมากนัก ได้แต่จ้องร่องแขนของ เบบี้มิกกี้เม้าส์ เผื่อจะมีรูให้หนีบมันมาเป็นของตนเองได้ ทันใดนั้น ชายหนุ่มหยิบเหรียญหยอดฟุ่บ คอลโทรลตัวหนีบไปยังเป้าหมาย กดปุ่มให้ตัวหนีบลงไปคีบตุ๊กตาที่ไม่น่ารัก หมับ…แงบ….อี๊ด….ฟุ่บ…กลุกๆๆๆ เสียงตุ๊กตาไหลลงร่อง แฟนสาวของหนุ่มผู้นั้นก้มหยิบตุ๊กตาตัวนั้นอย่างไร้เสียงกรี๊ดกร๊าด ราวกับว่าเธอได้รับมันบ่อยแล้ว แล้วสองคนนั้นก็เดินจากผมไป… ผมขบเคี้ยวฟัน นิ่งคิดเพียงว่าจะเดินไปแลกเหรียญมาหยอดให้มันรู้ดำรู้แดงไปเลย ว่าแต่ก่อนเราก็เป็นเซียนตู้ตุ๊กตาเหมือนกันหลังจากที่นิ่งคิดไป 5 วินาที ผมก็กลับมาสู่ความเป็นจริงที่ว่าตู้ตุ๊กตานี้ไม่ใช่ตู้คุ้นเคยที่ผมถนัด เลยเดินจากมันไป…

…เมื่อก่อนตอนมีแฟนคนแรกผมชอบเล่นไอ้ตู้ตุ๊กตานี้มาก ไปห้างทีไรเจอตู้เป็นต้องหยอดและต้องมีตุ๊กตาติดมือกลับบ้านไม่ใช่ว่าผมเก่งอะไร แต่เล่นไปแล้วขอให้ได้ซักตัวก็ยังดี บางทีเล่นเป็นร้อยได้แค่ตัวเดียวแต่บางครั้งเล่นทีเดียวก็ได้เลย เล่นกันเป็นปี รวมตุ๊กตาทั้งหมดน่าจะมีเป็นร้อยตัวได้มั้ง แต่ทั้งหมดนั่นก็อยู่กับ แฟนคนแรก…เคยโทรไปคุยแล้วเอ่ยถึงตุ๊กตาที่เคยจับด้วยกัน…เอ่ยกับเธอขอแบ่งมาบ้าง..อยากเก็บไว้มั่ง แต่เธอเหมือนไม่ค่อยใส่ใจจะหาสักเท่าไหร่…ด้วยความที่เธอเป็นแม่คนแล้ว ก็ค่อนข้างจะยุ่งพอสมควร…คงไม่มีเวลาหาอะไรที่ไร้สาระมากนัก…

…แต่แล้วเมื่อตอนเย็นแฟนเก่าผมโทรมา เธอเอ่ยถึงตุ๊กตาเหล่านั้น ถามว่าผมยังอยากได้มันอยู่อีกไหม เธอบอกว่าตุ๊กตาทั้งหมดอยู่ในถุงดำใบใหญ่ ถ้าผมไม่อยากได้ เธอคงเอามันไปบริจาค… ผมตอบรับการรอคอยอย่างยินดี ถ้าเธอไม่ต้องการมันแล้ว… ผมอยากได้ทั้งหมดนั่น… เธอบอกว่าไว้ว่างๆมารับไปละกัน… แล้วเราสองคนก็ถามไถ่สารทุกข์สุกๆ ดิบๆ ลูกผมเอ๊ย… ลูกเธอเป็นไง… ตอนนี้ผมทำงานที่ไหน… เป็นไงมั่ง… สบายดีไหม… ผมมีแฟนรึยัง… สามีเธอเป็นไงบ้าง… แล้วก็คุยวนกลับมาเรื่องเก่าๆที่เราสองคนต้องเลิกรากัน ด้วยอารมณ์ดีๆ…เธอชอบกระแนะกระแหนว่าผมไม่มีทีท่าจะไปขอซักทีเธอเลยไปแต่งกับคนอื่นซะเลย… ผมก็เหน็บไปว่าที่ทำตัวไม่วางแผนแบบนั้นก็เพื่อรอให้เธอบอกเลิกนั่นแหละ…แซวไปแซวมา…เธอจึงเอ่ยว่า…ถึงตอนนี้เธอก็ไม่รู้ว่าทำไมตอนนั้นเธอถึงตัดสินใจเลือกแบบนั้น… แม้กระทั่งตอนนี้เธอก็ไม่รู้ว่าจริงๆแล้ว เธอรักใครมากกว่ากัน…ผมบอกเพียงว่า ผมเข้าใจสถานการณ์นั้น…เมื่ออะไรหลายอย่างมันเข้ามาพร้อมๆ กันการตัดสินใจบางทีก็ไม่ได้ขึ้นกับเหตุผลของความเป็นจริง…เสียงสั่นเครือ เบาๆ ไหลมาตามสายโทรศัพท์ ผมบอกเธอแบบขำๆ ว่าใครกันแน่ ที่ต้องร้อง…เราคุยต่อกันอีกนิดหน่อยก่อนจะวางสาย โดยเธอไม่ได้บอกว่าผมจะได้รับตุ๊กตาทั้งหมดวันไหน…

…เหตุที่เกิดในตอนนั้นผมยังเชื่อว่ามันเป็นสิ่งดีต่อทั้งสองฝ่าย… มันทำให้ผมแข็งเกร่งขึ้น… มีความคิดเปลี่ยนไป… มองโลกอีกแบบนึง… ส่วนเธอโชคดีที่ได้เลือกเขาคนนั้น… เขาสามารถเป็นอนาคตที่ดีต่อเธอได้… เขาสามารถเป็นพ่อที่ดีของลูกเธอได้… ซึ่งต่างกับผมในตอนนั้นที่เป็นได้แค่เพียง”คนที่รักเธอ”เท่านั้น…

ในปัจจุบันถึงแม้จะช้าไปบ้าง… ผมก็จะพยายามเป็นอนาคตที่ดีสำหรับใครบางคน…

One Response

  1. ความตั้งใจดีแล้ว พยายามเข้า

Leave a Reply