Archive for November, 2007

แรงรัก…
22 November, 2007

เวลาประมาณ 20.00นาฬิกา ณ.หน้าอู่รถเมล์ 205
“เอาไส้กรอกหนึ่งไม้ค่ะ” เสียงเพื่อนผมบอกกับคนขายอาหารเสียบไม้ปิ้ง
“นี่อะไรค๊ะ”สิ่งที่เธอชี้ อาหารลักษณะดึกๆ(ดำ)..คล้ายแผ่น 3 เหลี่ยมเล็กๆเสียบไม้อยู่ประมาณ 6 อัน ด้านนึงสีขาวขุ่น อีกด้านนึงสีดำ
“หนังปลาบึกครับ” คนขายหน้าตานุ่มๆ เอ่ยปากบอก แถมสำเนียงชักชวนให้ลอง “ลองกินดูสิอร่อยนะ หนึบๆดี”
เธอหันมาถามผม “ลองกินดูดีมั้ย”
ผมหน้าแหยๆ แล้วส่ายหน้า ได้แต่บอกเพื่อนผมในใจว่า “อย่าสั่งเลย อย่าสั่งเลย อย่าสั่งเลย “
“เอาหนึ่งไม้ค่ะ”
โอว… เธอช่างกล้าสั่งของแปลกกิน
ขณะที่รอของปิ้งอยู่นั้นผมหันไปทางขวามือ มีสตรีนางนึงยืนคุยโทรศัพท์ พร้อมกับเห็น ผู้ชายขี่
มอเตอร์ไซด์ เขาขับเข้ามาจอดหน้าอู่ห่างจากผม 5 เมตร ห่างจากสตรีคนนั้น 6 เมตร กระโดดลง
จากมอเตอร์ไซด์ ไม่ใส่ใจว่ามอเตอร์นั้นจอดอยู่ได้หรือไม่ พอเขาลงจากรถเดินไปหาสตรีผู้นั้น มอ
ไซด์ล้มลงเขาไม่ใส่ใจ เดินเข้าไปหาเธอคนนั้น
“มึงจะหนีไปไหน”
เขาตบเธอหนึ่งฉาดอย่างรุนแรงโทรศัพท์กระเด็นออกจากมือ แล้วมันตีลังกา 300 รอบ ก่อนกระทบกับพื้นคอมกรีต
เขาเตะเธอ เขาเตะเธอ
เขาตบเธอ เขาตบเธอ
จนเธอล้มลงไปกองกับพื้น
เพื่อนผมพูดขึ้นมาว่า “ไม่มีใครคิดจะช่วยเลยหรอ”
ผมหมุนร่างเล็กๆของตัวเองเล็กน้อยแล้วสังเกตเหตุการณ์นั้นต่อ
“กูรักมึงนะไอ้สัตว์” เขาพร่ำบอกตอนที่เตะและตบซ้ำเธอที่กองอยู่กับพื้น
“กูเลี้ยงมึงนะ!!!%^&^*^<?!@#” ผมจำอะไรไม่ได้มากนัก น่าจะเป็นประโยคทวงบุญคุณอะไรซักอย่าง
ผมไม่แน่ใจว่าเค้าต่อยและเตะเธอไปกี่ที หลังจากสาแก่ใจเขาเดินไปทางโทรศัพท์ของเธอผู้นั้นเอาเท้าเตะให้มัน
กระจุยกระจาย สงสารโทรศัพท์ที่ไม่มีชีวิตก็ยังโดนทำร้าย เขาเดินไปจับมอเตอร์ไซด์ที่ล้มอยู่ตั้งขึ้น
ขณะเดียวกันสาวคนนั้นลุกขึ้นเดินแล้วพยายามเดินจากไปอีกทางนึง
ชายผู้นั้นเห็นจึงรีบเดินไปจิกหัวลากมา…แล้วตบ
“มึงจะหนีไปไหน”
แล้วเขาก็เตะเธออีก
“น้ำจิ้มเผ็ดนะครับ” เสียงคนขายพูดขึ้นมาอย่างแผ่วเบา แล้วเขาก็ตักน้ำจิ้มเผ็ดใส่โดยไม่รอคำตอบ
รับของเพื่อนผม
ผมไม่แน่ใจว่าเขาทุบเธออีกกี่ที แต่เธอก็ไม่ล้ม [...]

เลือกตั้ง 2550
20 November, 2007

ใกล้เวลาเลือกตั้ง 2550 เข้าไปทุกที ครั้งนี้ผมกาเบอร์ไหนก็ตาม ผมคงรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังกินอ้วก… พรรคการเมืองยิ่งมีหลายพรรคก็เหมือนมีอ้วกหลายกองให้คุณเลือกชิม  แต่
จะชิมกองไหนก็เหม็นแหวะเปรี้ยวชวนอ้วกทับลงไปอีกครั้ง
ผมนั่งดูสื่อต่างๆรวมทั้งโฆษณา ต่างประกาศกันปาวๆ ให้เลือกคนดี มีคุณธรรมเข้าสภา เพื่อเป็นปากเป็นเสียงแทนตนเอง ดูแต่ละพรรคโฆษณาพรรคตนเองดีอย่างนู้นดีอย่างนี้ สร้างอย่างนู้นลดภาษีอย่างนี้(ลดภาษีแล้วพวกท่านจะกินพอไหมง่ะ) เนี่ยแหละโฆษณาชวนเชื่อที่ทุกคนกล่าวขวัญถึงไม่ต้องไปหาที่ไหนไกล ดูแล้วเซ็งว่าเราต้องเลือกคนพวกนี้เข้าไปกำหนดทุกอย่างภายใน 4 ปีข้างหน้าอย่างนั้นน่ะเหรอ ทุกคนเต็มไปด้วยกระตือรือร้นหรือความกระหายต่อเงินภาษีของประเทศเต็มเปี่ยม ผมได้แต่ยิ้มทั้งน้ำตาคิดเพียงว่า “เอาวะ… ภาษี 100 ส่วนให้พวกท่านกินซัก 80 ส่วน ยังไงก็ยังเหลืออีกตั้ง 20 ส่วนเอาไปพัฒนาประเทศ ยังไงประเทศเราและพวกเราทุกคนก็คงเต็มใจรอและพร้อมจะจูงมือประเทศรอบๆ ข้าง รุ่งเรืองไปพร้อมๆกัน….”
เคยได้ยินคำที่ว่าปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ แต่ปัญหาอันนี้มันขมวดเป็นปม ยุ่งเหยิงเกินกว่าใครจะแก้ไหว มีอยู่ทางเดียวต้องตัดปมทิ้งให้หมด…
ปล. อยากจะเขียนถึงสาเหตุจริงๆ แต่น่าจะยาวเกิ๊นไว้มาต่อวันหลังละกัน(ว่าแต่มีคนอยากอ่านด้วยเหรอ…)