ความประทับใจแรกของคุณมีอะไรบ้าง ไปทะแลครั้งแรก… ได้ดอกไม้ช่อแรก… จับมือแฟนครั้งแรก… ของขวัญชิ้นแรก… กินเค้กชิ้นแรก… ยิงประตูฝั่งตรงข้างได้เป็นครั้งแรก… มีลูกคนแรก… พรมน้ำหอมกลิ่นโปรดครั้งแรก… ถ่ายรูปอัลบั้มแรก… ส่งจดหมายลูกโซ่ครั้งแรก… รักครั้งแรก ฯลฯ…
ทุกๆความประทับใจครั้งแรกมักจะถูกบันทึกลงสมองอย่างค่อนข้างถาวร ถ้าโรคอัลไซเมอร์ยังไม่ถามหา คุณก็รีไซเคิลความทรงจำนั้นกลับมาได้เรื่อยๆ เวลาคุณเศร้ามันสามารถสร้างรอยสุขบนมุมปากได้เสมอ (แต่เวลาคุณสุข คุณคงไม่คิดถึงอะไรเก่าๆหรอกมัง) ความประทับใจครั้งแรกเหล่านี้ ถูกนำมาเป็นโครงสร้างของหนังเรื่อง Jellyfish หนังจากประเทศอิสราเอลที่นำมาฉายในงานเวิล์ดฟิล์มเฟสติวัลออฟบางกอก หนังนำเสนอภาพได้สวยงามแบบไม่แสร้งเกินจริง เนื้อเรื่องก็เป็นเรื่องราวทั่วๆไปในชีวิตสังคมของชาวอิลราเอล (พูดเหมือนเคยสัมผัส) มานำเสนอ เมื่อรวมสองสิ่งนี้เข้ากันจึงเป็นหนังที่ถ่ายทอดความรู้สึกดีๆให้คนดูอย่างอบอุ่น(เว่อร์ไปมะ) เสียดายที่หนังจำกัดกลุ่มคนที่ได้ดูเพียงแค่สองรอบเท่านั้น
ดูหนังของประเทศนี้ครั้งแรกสามารถสร้างความประทับใจ ช่างเหมาะกะคอนเซปของหนังมั่กมั่กค่ะ
ลิงค์ของหนังแมงกระพรุน http://www.filmfund.org.il/page.aspx?section=656&mode=movie&itemid=1920
ปล. จะว่าไปงานเทศกาลหนังครั้งนี้แอบเปิดตัวอย่างเงียบๆ ปราศจากการโปรโมทอย่างรุนแรงเหมือนครั้งแรกหรือครั้งก่อนหน้านี้ นี่ถ้าไม่ได้เปิดช่อง 9 ช่วงเกือบเที่ยงคืนก็ไม่มีทางรู้ว่ามีงานภาพยนตร์ครั้งนี้เกิดขึ้น… รืว่าพวกเราเป็นพวกให้ความสำคัญเฉพาะความประทับใจครั้งแรก?
Archive for October, 2007
ความประทับใจแรก
29 October, 2007
ปาร์ตี้ที่วี9…
12 October, 2007
บทนี้…ผสมแอลกอฮออล์ห้าสิบเปอร์เซนต์…ซึ่งแอลกอฮออล์ที่แย่ในสายตาคนทั่วไป สามารถตัดความคิดซ้ำซ้อนในบางส่วนออกไปได้ผมนั่งแท็กซี่กลับจากงานปาร์ตี้ครบรอบ 5 ปีของวีไนท์… เสียงเพลงผ่านทางวิทยุเอฟเอ็ม เพียงแค่เพลงเศร้าธรรมดา…ก็ทำให้ผมน้ำตาไหลได้….ถ้าจะบอกว่าเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮออล์ก็คงมีส่วนที่ 50 เปอร์เซนต์…บทเพลงของคนอกหักทั่วๆไปสามารถทำให้คุณเศร้าได้เสมอในยามที่สติไม่เต็ม 100…
…เพลงทั่วๆไปที่ฟังแล้วผมก็อดคิดถึงความรู้สึกผูกพันเก่าๆไม่ได้…ผมพยายามมากแล้วที่จะไม่เปรียบเทียบ…
…ถึงแม้จะมีคนบอกว่าผมเป็นคนจำพวกที่ยึดติดกับอดีตเก่าๆ…
…ผมคงไม่คิดจะยึดติดกับอดีตเลยถ้าสิ่งที่เข้ามานั้นไม่สามารถทำให้ผม รำลึกถึงซักครึ่งหนึ่ง
…ผมเพียงแค่ต้องการความรู้สึกต่อกันที่ไม่ต้องกลั่นกรองผ่านความคิด 5 หรือ 10 ชั้น
…ผมไม่อยากรับรู้สิ่งที่ตัวเองต้องรู้สึกให้นึกถึงความรู้สึกที่ผ่านหลายปีอีกแล้ว
…ถึงแม้บัญญัติยางค์ของผมจะบัญญัติไว้ว่าตัวเองจะมีความอิ่มเอม ในการรับรู้ความเจ็บปวด…ความสุข…ความหลงไหล…
…แต่พอถึงการรับรู้จริงๆ…ผมอิ่มเอมกับมัน…ผมรู้สึกถึงค่าของมัน…แต่ผมก็ทนไม่ไหว…
…ผมคิดถึงความว่างเปล่าของสิ่งสัมผัส….ไม่ต้องคิดอะไรเพิ่มเติม…
…ผมคิดถึงความคิดแบบบริสุทธื์…ไม่มีใส่ผงชูรส…ไม่ใส่น้ำตาล…ไม่ใส่น้ำปลา…
…แต่…ประสพการณ์ของทุกคนจำต้องสร้างเกาะป้องกันตนเองจากสิ่งที่เข้ามา…จำเป็นหรือ…สำคัญหรือ…
…มันไม่สำคัญ…แต่สมองคนมันวิวัตนาการพัฒนาจากความผิดพลาดในอดีต…
…พอทีเถอะนะเขาวงกตแห่งความรู้สึก…ผมสนุกในบางที…ผมเศร้าในบางที…และผมก็ทรมาณในบางที…
…*หากความรักเกิดในความฝัน
เราจูบพิตโดยไม่รู้จักกัน
ปฏิทินไม่บอกคืนและวัน
อย่างที่ฉันไม่เคยต้องการ
ไม่อยากให้เธอได้พบกับฉัน
เราสมรสโดยไม่มองหน้ากัน
จูบเพื่อรำลาในความสัมพันธ์
ก่อนที่ฉันจะปล่อยเธอหายไป
โดยไม่รู้จักเธอ*…
ปล. ตี 4 แล้ว…เหนื่อยแล้ว…นอนแล้ว…ราตรีสวัสดิ์…
Beetle…
3 October, 2007
วันก่อนมีเสียงผ่านเข้ารูหูว่า “คิดยังไงถึงซื้อรถเต่า” ผมนิ่งไปประมาณ 5 วินาทีบวกกับการควาญหาคำตอบอีก 5 วินาที เลยตอบไปแบบหวนๆว่า “ก็ชอบอ่ะ…”
หลังจากคำถามในวันนั้นผมก็คิดถึงรถเต่าที่ผมขายไปแล้วเป็นช่วง ช่วง… แน่นอนว่าไม่ใช่ หลินฮุย เพราะไม่ใช่แพนด้า…(ผมช่างกล้าเล่น) กลับมามองถึงตัวคำถามก็แปลกดี เพราะคนที่พูดถึงมัน(รถเต่า) มักจะพูดว่า”โหย…เสียดายจัง ทำไมถึงขายรถล่ะ” ไม่ก็ “โหย น่าจะเอามาขายผม ผมชอบมากเลยอ่ะพี่ ถ้ามีอีกผมขอผ่อนนะพี่” (ตกลงมันชอบรถเต่าหรือมันชอบผ่อนฟร่ะ) คนอีกกลุ่มนึงคิดในใจว่า “ที่เอ็งขายไปคงเป็นเพราะมันซ่อมบ่อยล่ะสิ” “มันมีปัญหาบ่อยล่ะสิ” เปล่าเลยครับ อยู่กับผมมันเคยงอแงแค่สองครั้ง นอกนั้นมันทำหน้าที่ของมันอย่างสุจริตใจ ไม่เคยที่จะคอรัปชั่นไปรับเงินจากอู่ซ่อมเพิ่มเลย…
…กับประโยคที่ว่า “คิดยังไงถึงซื้อรถเต่า” ดังก้องกังวาลในสมองเกือบทุกวัน…และก็กระตุ้นความรู้สึกให้ผมคิดถึงมันอยู่เรื่อยๆ… (กรุณาอย่านึกในใจด่าผมว่าว่างงานจนมีเวลาคิดอะไรฟุ้งซ่าน)
…ผมจำภาพที่เห็นมันวิ่งออกไปโดยที่ผมไม่ได้เป็นคนขับได้ติดตา…
ป่านนี้มันคงวิ่งเล่นบนถนนต่างจังหวัดที่เต็มไปด้วยอากาศบริสุทธิ์อย่างมีความสุข…