เติม…ให้มาก…

คุณคิดว่าสมองของคุณสามารถเติมความรู้ได้มากมายแค่ไหน…?

ถ้าหันกลับมาถามตัวผมเองผมก็คงตอบไม่ได้หรอกครับ ว่าตัวเองใส่ความรู้เพิ่มได้อีกแค่ไหน… บางทีเติมไปประมาณหนึ่ง…วันดีคืนดีมันก็ไหลออกไปไหนก็ไม่รู้ สงสัยจะเป็นเพราะนอนตะแคงขวามันเลยไหลออกหูข้างขวาหมด ส่วนตัวมีความรู้บางชนิด อย่างเช่น ความรู้ด้านเขียนโปรแกรม และความรู้ด้านดนตรีเติมยังไงมันก็ไม่เข้าสมองเลยซักนิด เทเข้าไปแล้ว มันพุ่งออกเสมอเลยครับ ผมว่าจะเปลี่ยนสมองใหม่ ไม่รู้ว่าทางโรงพยาบาลชั้นนำจะมีบริการเปลี่ยนสมองรึยัง

ช่วงเดือนนี้ได้ดูหนังแนวเกย์ 2 เรื่อง เรื่องแรกคือ I Now Pronounce You Chuck and Larry เป็นหนังแนวตลกโปกฮาของอเมริกา เรื่องนี้ถือว่าตลกโปกจริงๆ ขำตลอดทั้งเรื่อง ถือว่าคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปใครที่พลาดดูไม่ทันก็รอเช่าดีวีดีเลยครับ ถ้ามันไม่สนุกมาเอาเงินค่าเช่าคืนได้ที่ผม อีกเรื่องนั้นเป็นหนังไทยแนวรัก(เกย์)หวานซึ้งกินใจ อันนี้ได้บัตรฟรีจากเพื่อนผมจึงกล้าเสี่ยงที่จะดู… (ใจจริงที่ไม่ดูเพราะกลัวว่าตัวเองจะค้นพบวิถีที่แท้จริงของตนเอง) ผลสรุปตัวหนังก็ออกมาเป็นอย่างที่หวังไว้ตอนก่อนเข้าไปดู…ไม่มีอะไรพลิกโผ…

…ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย ที่เราทำหนังซักหนึ่งเรื่องกรณีที่เราขาดความรู้และ ขาดความเข้าใจในศาสตร์แขนงนี้ ตัวผมผ่่านการดูหนังไทยมาพอควร ถึงจะไม่ได้ดูบ่อยและดูแบบกระปิดกระปอย เพราะผมเลือกดูหนังไทยที่เข้าไปแล้วไม่น่าจะทำให้ผิดหวังมากนัก… แต่กระนั้นก็ยังมีหนังส่วนหนึ่งทำให้ผมเสียใจ…ไม่มากก็น้อย…

ถึงแม้จะมีคอมพิวเตอร์กราฟฟิคเข้ามาพัฒนา ให้ภาพของหนังสวยงามมากขึ้นกว่าในอดีตมากมาย ทั้งยังสามารถสร้างเอฟเฟกหลากหลายในการถ่ายทำ แต่สิ่งเหล่านี้แค่ช่วยให้หนังดูดีขึ้น แต่ไม่ได้ช่วยให้หนังเข้าถึงจิตใจคนดู ไม่ได้ทำให้คนดูเข้าถึงสาระในตัวหนัง(ในกรณีที่ตัวหนังมีสาระ) สิ่งที่สามารถสร้างสิ่งเหลานี้ได้คือความรู้… ถ้ามันมีไม่พอ…ก็ไปหามาใส่สมอง ถ้ามัวแต่เอาของเดิมๆมาใช้อยู่เรื่อยๆ อาจจะทำให้การพัฒนาการทางสมองสิ้นสุด ถึงขั้นสมองพิการได้

…เอ…หรือว่าเค้าขี้เกียจใส่ความรู้เพิ่ม
…เอ…หรือว่าเค้าใส่ความรู้แล้วมันไหลออก
…เอ…หรือว่าใส่ความรู้เข้าไปยังไงมันก็ไม่มีวันเข้าสมอง
…เอ…หรือว่าพัฒนาการทางสมองของเค้าสิ้นสุดแล้ว???

…เมื่อเราเข้าใจเราถึงรู้…เมื่อเรารู้เราถึงเข้าใจ…

3 Responses

  1. เรื่องความรู้เนี่ยคิดว่า การเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุดหรอกค่ะ
    แต่เรื่องสมองคนที่จะรับได้เนี่ย น่าจะขึ้นอยู่กับความพยายาม
    มากกว่านะ

    ถ้าใครคิดว่าเก่งในเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้วไม่ขวนขวายเรียนรู้เพิ่มเนี่ย
    จบเลยนะคะ เพราะว่าทุกๆอย่างมันมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น
    กร๊าฟฟิคที่พี่ป๊อปทำอยู่ เรื่องงานข่าวที่เคยทำ ซึ่งมันมีเทคโนโลยีมาเกี่ยวข้อง
    หรือแม้กระทั่งเรื่องทำกับข้าว ไม่งั้นจะมี fusion food ผสมนู่นผสมนี่หรอคะ

    เพราะฉะนั้น เรื่องความจุของสมองน่ะเป็นเรื่องรอง เรื่องความพยายามน่ะเรื่องใหญ่
    ส่วนเรื่องหนังทั้งสองเรื่อง (โดยเฉพาะเรื่องหลัง) อันนี้โนคอมเมนท์ค่ะ

  2. มุขสบู่นี่ถือว่าเป็นรีเมครึเปล่า หรือว่าคนเขียนบทเคยมาเก็บสบู่ที่เมืองไทยง่ะ

  3. บางทีการเติมความรู้ของบางคน(อย่างเรา) ก็อาจจะมาจากการขาดสิ่งยึดเหนียว ขาดแรงจูงใจในการใช้ชีวิต เลยต้องหันหน้าเข้าหาความรู้ เหมือนกับหันหน้าเข้าหาวัด ยังงัยยังนั้นเลย เติมเต็มบ้างไม่เต็มบ้างก็ว่ากันไป ส่วนเรื่องหนังของเจ๊พดเนี่ยะมีส่วนดีตรงที่ทำให้หนังไทยเรื่องอื่นๆดูดีขึ้นมาเลย ว่ามั้ย

Leave a Reply