Archive for September, 2007

เติม…ให้มาก…
24 September, 2007

คุณคิดว่าสมองของคุณสามารถเติมความรู้ได้มากมายแค่ไหน…?
ถ้าหันกลับมาถามตัวผมเองผมก็คงตอบไม่ได้หรอกครับ ว่าตัวเองใส่ความรู้เพิ่มได้อีกแค่ไหน… บางทีเติมไปประมาณหนึ่ง…วันดีคืนดีมันก็ไหลออกไปไหนก็ไม่รู้ สงสัยจะเป็นเพราะนอนตะแคงขวามันเลยไหลออกหูข้างขวาหมด ส่วนตัวมีความรู้บางชนิด อย่างเช่น ความรู้ด้านเขียนโปรแกรม และความรู้ด้านดนตรีเติมยังไงมันก็ไม่เข้าสมองเลยซักนิด เทเข้าไปแล้ว มันพุ่งออกเสมอเลยครับ ผมว่าจะเปลี่ยนสมองใหม่ ไม่รู้ว่าทางโรงพยาบาลชั้นนำจะมีบริการเปลี่ยนสมองรึยัง
ช่วงเดือนนี้ได้ดูหนังแนวเกย์ 2 เรื่อง เรื่องแรกคือ I Now Pronounce You Chuck and Larry เป็นหนังแนวตลกโปกฮาของอเมริกา เรื่องนี้ถือว่าตลกโปกจริงๆ ขำตลอดทั้งเรื่อง ถือว่าคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปใครที่พลาดดูไม่ทันก็รอเช่าดีวีดีเลยครับ ถ้ามันไม่สนุกมาเอาเงินค่าเช่าคืนได้ที่ผม อีกเรื่องนั้นเป็นหนังไทยแนวรัก(เกย์)หวานซึ้งกินใจ อันนี้ได้บัตรฟรีจากเพื่อนผมจึงกล้าเสี่ยงที่จะดู… (ใจจริงที่ไม่ดูเพราะกลัวว่าตัวเองจะค้นพบวิถีที่แท้จริงของตนเอง) ผลสรุปตัวหนังก็ออกมาเป็นอย่างที่หวังไว้ตอนก่อนเข้าไปดู…ไม่มีอะไรพลิกโผ…
…ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย ที่เราทำหนังซักหนึ่งเรื่องกรณีที่เราขาดความรู้และ ขาดความเข้าใจในศาสตร์แขนงนี้ ตัวผมผ่่านการดูหนังไทยมาพอควร ถึงจะไม่ได้ดูบ่อยและดูแบบกระปิดกระปอย เพราะผมเลือกดูหนังไทยที่เข้าไปแล้วไม่น่าจะทำให้ผิดหวังมากนัก… แต่กระนั้นก็ยังมีหนังส่วนหนึ่งทำให้ผมเสียใจ…ไม่มากก็น้อย…
ถึงแม้จะมีคอมพิวเตอร์กราฟฟิคเข้ามาพัฒนา ให้ภาพของหนังสวยงามมากขึ้นกว่าในอดีตมากมาย ทั้งยังสามารถสร้างเอฟเฟกหลากหลายในการถ่ายทำ แต่สิ่งเหล่านี้แค่ช่วยให้หนังดูดีขึ้น แต่ไม่ได้ช่วยให้หนังเข้าถึงจิตใจคนดู ไม่ได้ทำให้คนดูเข้าถึงสาระในตัวหนัง(ในกรณีที่ตัวหนังมีสาระ) สิ่งที่สามารถสร้างสิ่งเหลานี้ได้คือความรู้… ถ้ามันมีไม่พอ…ก็ไปหามาใส่สมอง ถ้ามัวแต่เอาของเดิมๆมาใช้อยู่เรื่อยๆ อาจจะทำให้การพัฒนาการทางสมองสิ้นสุด ถึงขั้นสมองพิการได้
…เอ…หรือว่าเค้าขี้เกียจใส่ความรู้เพิ่ม
…เอ…หรือว่าเค้าใส่ความรู้แล้วมันไหลออก
…เอ…หรือว่าใส่ความรู้เข้าไปยังไงมันก็ไม่มีวันเข้าสมอง
…เอ…หรือว่าพัฒนาการทางสมองของเค้าสิ้นสุดแล้ว???
…เมื่อเราเข้าใจเราถึงรู้…เมื่อเรารู้เราถึงเข้าใจ…

อากาศ กาย…
19 September, 2007

ตามความเข้าใจพื้นฐานของผมเดาเอาว่า ทุกคนน่าจะมีนิสัยประหลาดๆ ติดตัวอยู่บ้างคนละหนึ่งหรือสองอย่าง แต่ถ้าบางคนมีมากกว่านั้นก็ไม่น่าวิตกหรอกครับ ถ้ามันไม่มีความวิปริตมากกว่าปกติ…
ส่วนตัวก็มีนิสัยแปลกๆอยู่พอควร อย่างเช่นชอบสังเกตลักษณะท่าทางคน ชอบมองสิ่งละอันพันละน้อยอย่างเช่นใบหู นิ้ว ไรผม เล็บ หรือ แม้กระทั่งนิ้วตีน(อาจจะหยาบไปนิดแต่ใช้คำนี้เพราะเข้าถึงอวัยวะส่วนี้ได้ดี) แต่ช่วงหลังๆมานี้นิสัยที่ชอบทำเป็นประจำคือการดมอากาศกลิ่นของเพศตรงข้าม ผมไม่ได้กระชากแขนสาวๆ แล้วเอาจมูกผมจุ่มลงไปบนแขนหล่อน หรือ เอาหน้าผมไปซุกรักแร้ใครนะครับ เวลาคนเราเคลื่อนตัวเอง อากาศรอบๆ จะมีเคลื่อนไหว ไหลผ่านตัวและดึงกลิ่นเราไปผสมกับตัวมันเอง
สิ่งที่ผมทำคือตอนเดินผ่านสาวๆ(หน้าตาดี) หลังจากที่เธอเดินผ่าน ผมจะโน้มตัวเองไปยังอากาศ…ที่ลากกลิ่นเธอออกมา… สูดหายใจอย่างแผ่วเบาเพื่อรับรู้รสนิยมของสาวคนนั้น โดยมากก็จะเป็นกลิ่นน้ำหอมตามเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ผสมกับกลิ่นประจำตัวของแต่ละคน บางคนหน้าตาภายนอกไม่โดดเด่นมากนักกลับมีรสนิยมในการเลือกกลิ่นปรุงตัวเองอย่างได้น่าหลงไหล
แต่ก็มีบางคนที่ทำให้ผมแปลกใจเสมอ ที่กลิ่นของเธอนั้นเงียบกริบเหมือนอยู่ในห้องมืด ไม่มีการโต้ตอบของโสตสัมผัสใดๆทั้งสิ้น
หรือ… มันหมายถึงว่าผู้ชายคนไหนก็ไม่มีวันเข้าถึงจิตใจของเธอได้…
ปล. กลิ่นทีี่ดีจะต้องมีส่วนผสมของน้ำหอม(ของแท้) 40 เปอร์เซนต์ กลิ่นตัว 20 เปอร์เซนต์ และอากาศธรรมชาติอีก 40 เปอรเซนต์ หมักให้เข้ากันเป็นเวลาครึ่งวัน พอถึงช่วงเวลาพักเที่ยงอาวุธประจำกายนี้ก็พร้อมทำงานได้ทันที

วัยและวัน…
17 September, 2007

ตัวเลขระบุอายุขัยของผมเลื่อนเป็นเลข 31 บริบูรณ์แล้ว ความรู้สึกกลับไม่ตื่นเต้นเท่าเลข 30 เมื่อปีที่แล้ว สงสัยต้องรอถึงเลข 40 ความตื่นเต้น(ความดัน)คงมากกว่านี้แน่นอน…
ในวันที่เลขของอายุเพิ่มขึ้น ทุกคนมักจะมองกลับไปเสมอว่าช่วงปีที่ผ่านมาตัวเองทำอะไรไปแล้ว, ยังไม่ได้ทำอะไรบ้าง, ความสำเร็จ, ความผิดหวังและความอื่นๆ แต่สำหรับผมในช่วงสองสามปีหลังนี้ มองกลับไปก็จะพบกับความราบเรียบและว่างเปล่าเสมอ ไม่มีอะไรให้ตัวเองรู้สึกปลาบปลื้มหรือว่าเสียใจอะไร
เอ…จะว่าไปก็มีเหตุการณ์บางอย่างที่ไม่น่าจำเช่น เมาสลบคาอาร์ซีเอ วูบสลบในห้องส้วมที่บ้านขณะทำกิจ เผลอใจให้ผู้หญิงที่มีแฟนเป็นตำรวจ(อาการเผลอเป็นอาการชั่ววูบสามารถกลับมามีสติได้เสมอ) แต่เหล่านี้ก็ไม่น่าจะนับเป็นความสำเร็จหรือความผิดหวัง อย่างใดอย่างหนึ่งได้หรอกมังครับ มันเป็นเหมือนเป็นฝุ่นละอองของชีวิตที่ทุกคนต้องเจอะเจอ แล้วแต่ว่าก้อนฝุ่นจะเล็กหรือว่าจะใหญ่
อีกหนึ่งอย่างสำหรับคนที่วัยเริ่มต้น 30 เริ่มวิตกคือความสูงอายุที่กำลังจะคืบคลานเข้ามาเรื่อยๆ หน้าเหี่ยว ตีนกา พุงโล้ และอื่นๆที่ร่างกายสามารถให้ได้เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ส่วนตัวไม่เคยวิตกกับเรื่องดังกล่าว (หน้าเหี่ยว ตีนกา พุงโล้ พวกนี้มีครบตั้งแต่สมัยมัถยมแล้ว) ผมวิตกทางเดินที่มองไม่เห็นของตัวเอง ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมาไม่ว่าจะเปิดสวิตท์ไฟทางเดินมากี่ครั้งมันก็ไม่ติด เดินคลำทางกับฝาผนังอุ่นๆ ตลอดทางเดินบางทีคลำเจอสวิตท์ไฟบ้าง แต่ไม่เคยเปิดติด ผมมืดมน และดำดิ่งไปเรื่อยๆ ใครเห็นสะพานไฟก็ช่วยสับเปิดให้หน่อยนะครับ ผมจะได้เลิกพึ่งพาฝาผนังอุ่นๆผืนนี้ได้แล้ว
ปล. ของขวัญปีนี้ได้รองเท้าและดอกไม้บนโหล(จากเพื่อนๆ) ผมปลื้มใจนัก “เพื่อน…กูรักมึงว่ะ”

แขน…
13 September, 2007

นิตยสารเล่มที่ 21 ที่กำลังทำอยู่นี้ค่อนข้างวกวน…แบบว่าไม่รู้จะจบเมื่อไหร่… ผมเฉยๆนะ ก็บ่นบ้าง ก็เซ็งบ้างแต่ไม่มีปัญหาอะไร
…เมื่อวานเดินทางกลับบ้านเวลา 23.30 อย่างเหนื่อยเล็กๆ เดินขึ้น สถานีรถไฟฟ้าเพลินจิตมีคนรอฝั่งเดียวกับผม 2 คน คงไม่มีอะไรจะรู้สึกเค้วงคว้างเท่ากับการรอรถไฟฟ้ายามดึกขนาดนี้ จะลงก็ไม่ได้ เปลี่ยนสายก็ไม่ได้ “เมื่อไหร่จะมา เมื่อไหร่จะมา…”
1 อึดใจ…
2 อีดใจ…
3 อึดใจ…
“นั่นไงมันมาแล้ว” จะว่าไปดึกอย่างงี้ก็มีข้อดีอยู่บ้างคือ เราไม่ต้องฟังเสียงนกหวีดล้ำหน้า ของหน่วยรปภ เพราะจะมีเหล่านักเตะกองหน้า ปลอมตัวเข้ามาในสถานีตลอดเวลา บางทีถ้ารปภ.เหล่านี้ไป สมัครไลน์แมน คงจะสอบติดเกือบยกแผง
ผมผลุบตัวเองเข้าไปอยู่ในยานบีทีเอส เกาะเสาในท่าที่ถนัด แต่ไม่ใช่กรีนแอนด์เจิร์กนะครับ คนน้อยมากจนผมไม่ได้สังเกตอะไร นอกจากหุ่นตัวเองบนภาพสะท้อนจากกระจก
ผ่านสถานีชิดลมผมหันไปด้านขวาผู้หญิงคนหนึ่งนั่งเก้าอี้ริมสุด พิงตัวกับกระจกกั้นผมมองไม่เห็นหน้าเธอ ผมเธอยาวประมาณกลางหลัง แต่สิ่งที่ทำให้ผมสะดุดใจก็คือต้นแขน… ต้นแขนของเธอพิงนาบกับกระจก แขนสีเนื้ออมชมพูที่เนียนเรียบปราศจากริ้วรอยใดๆทั้งสิ้น ทำให้ผมอึ้ง…
มองแขนเธอจากสถานีชิดลม…ถึงสถานีสยาม
…สถานีสยาม… ถึงเวลาแล้วที่ผมต้องจากแขนที่สวยงามที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น…
ตอนเดินออกจากรถไฟฟ้าผมพยายามมองหน้าเธอเพียงเพื่ออยาก เห็นว่าคนที่มีแขนที่สวยงามขนาดนี้ หน้าตาจะเป็นเช่นไร แต่ผมเห็นเพียงเสี้ยวนึงของใบหน้าเธอผ่านเงาสะท้อนของกระจกเท่านั้น…
…ระหว่างเดินไปเปลี่ยนรถอีกขบวนและหลังจากลงรถไฟฟ้าและวันรุ่งขึ้น ผมก็พยายามสังเกตท่อนแขนอีกหลายๆท่อน แต่ผมก็ไม่เจอแขนท่อนไหนที่สวยงามเท่ากับแขนของสาวนั้นอีกเลย…